5 เรื่องราวอันโหดสัสจริง “โหดสัส” ต้องรัสเซีย คำนี้มีที่มาอย่างไร

21 มิถุนายน 2018 | จุดนี้ สาระความรู้

โหดสัสรัสเซีย!!! คำนี้ได้แต่ใดมา ? หลายคนได้ยินกันจนติดปาก เวลาเจอข่าวรุนแรง หรือเหตุการณ์โหด ๆ มักอุทานออกมาว่า “โหดสัสรัสเซีย!”

แต่ความหมายของมันจริงๆ คืออะไร ทำไมรัสเซีย ถึงได้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดสัสหนักหนา เราจะพาไปค้นคำตอบรากเหง้าของคำนี้กัน

#โหดสัสรัสเซีย 1: แข่งเกม Point Blank ไทย 4 รุม รัสเซีย 1 แต่ไทยดันตายเรียบ!!!!
ต้องเกริ่นกันก่อน จริง ๆ แล้วที่มาของคำว่า “โหดสัสรัสเซีย” เกิดจากการแข่งขันเกมออนไลน์ที่ชื่อ Point Blank ในรายการแข่งขันที่ชื่อ “Point Blank Tri National” ปี 2011

ซึ่งมีประเทศ ไทย รัสเซีย อินโดนีเซีย เข้าร่วมการแข่งขัน ตอนนั้นทีมไทย (MiTH.GC) ดวลกับ ทีมรัสเซีย (Rox.Kis)

เหตุมันเกิดมาจากทีม MiTH.GC ของไทยเหลือผู้เล่นอยู่ถึง 4 คน แต่ทีมรัสเซียเหลือผู้เล่นเพียงคนเดียว ชื่อว่า “Negative” แล้วก็เป็นไอเจ้าหนุ่ม “Negative” เนี่ยแหละ ที่ดันโชว์สกิลความเทพ ไล่เก็บผู้เล่นไทยไปถึง 3 คน (แต่สุดท้ายดันไปพลาดท่าตายเพราะระเบิด)

แต่นั่นก็ทำให้ผู้ชมการแข่งขันทุกคน ยอมรับในความเก่งกาจ และต่างอุทานกันออกมาว่า “ รัสเซียแม่งโหดสัส ”

จนนำมาพูดกันปากต่อปาก และสลับตำแหน่งเล่นคำใหม่ให้ดูคล้องจองจนกลายมาเป็นคำพูดติดปากว่า “โหดสัสรัสเซีย” ในปัจจุบันนั่นเอง

Advertisement

#โหดสัสรัสเซีย 2: สถาปนิกผู้สร้าง St.Basil ถูกควักลูกตา หลังสร้างวิหารเสร็จ
ย้อนกลับไปช่วง ค.ศ.1555 สมัยพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 แห่งรัสเซีย กับฉายา “ซาร์อีวานจอมโหด” ต้องบอกเลยว่าฉายานี้ไม่ได้มาเล่น ๆ แน่นอน

เพราะยุคนั้นพระองค์ขึ้นชื่อลือชาด้านการปกครองอาณาจักรด้วยความโหดเหี้ยม ปราศจากความเมตตาใดๆ

และหนึ่งในวีรกรรมความ “โหดสัสรัสเซีย” ของพระองค์ก็คือ การสั่งควักลูกตาทั้งสองข้างของสถาปนิกชื่อดังนามว่า ปอสต์นิค ยาคอฟเลฟ (Postnik Yakovlev) ผู้ที่เป็นคนออกแบบ มหาวิหาร Saint Basil’s Cathedral

ด้วยเหตุผลเพราะ ซาร์อีวานไม่อยากให้สถาปนิกผู้นี้ไปสร้างสิ่งที่สวยงามที่ไหนได้อีก…

#โหดสัสรัสเซีย 3: ยอมเผาเมืองตัวเอง ดีกว่าถูกยึด ถ้าจะเอาก็เอาไปแค่ขี้เถ้าแล้วกัน!!
เข้าสู่ความโหดสัสยุคสงครามนโปเลียนช่วง ค.ศ. 1812 ที่ครั้งหนึ่งทัพนโปเลียนได้หวังจะยึดมอสโคว์ เมืองหลวงของรัสเซีย แต่แล้วก็ต้องอึ้งกิมกี่ เพราะพอพี่แกบุกเข้าไปถึง ดันกลายเป็นเมืองร้าง เหลือแต่ซากที่ถูกเผาเรียบแล้ว

ฝีมือไม่ใช่ใครที่ไหนก็ทีมงานรัสเซียประเทศตัวเองเนี่ยละฮะท่านผู้ชม โดยก่อนหน้านี้รัสเซียได้อพยพคนออกไปเกือบหมดแล้ว จากนั้นก็จัดการชิงเผามอสโคว์เองซะเลย

หลังจากทัพนโปเลียนปักหลักอยู่กับซากเน่า ๆ ในมอสโคว์อยู่ประมาณหนึ่งเดือนเศษ ก็ว่าจะยกทัพไปยังอีกเมืองทางตอนใต้ เพราะรัสเซียดื้อ..ยังไม่ยอมจำนนเสียที

ท้ายที่สุดนโปเลียนก็ไปไม่ถึง เพราะทนความหนาวอันแสนโหดสัสของประเทศรัสเซียไม่ไหว ทหารเริ่มล้มตาย อ่อนแอ เพราะ ไร้เสบียง ที่พัก จึงตัดสินใจถอนทัพกลับ…

และแล้วนาทีทองของรัสเซียก็มาถึง อาศัยจังหวะทหารนโปเลียนอ่อนแอไล่ตอดไล่ตีทหารนโปเลียนระหว่างทางกลับอยู่ตลอดเวลา แต่ท้ายที่สุดกองทัพนโปเลียนก็ถอยทัพได้สำเร็จ

แต่ประเด็นคือพอถอยทัพสำเร็จ กลับเหลือทหารไว้ใช้งานจริงแค่ 27,000 นาย เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนมาทัพนโปเลียนมีทหารอยู่เกือบ 700,000 นาย เลยนะจ๊ะ

Advertisement

#โหดสัสรัสเซีย 4: โรมานอฟ ราชกุลสุดท้ายของรัสเซีย ถูกฆ่าล้างตระกูล
ในปี ค.ศ.1918 ถือเป็นปีที่สิ้นสุดการปกครองระบบกษัตริย์ของรัสเซีย เพราะถูกฆ่าล้างครอบครัวทั้งราชวงศ์ โดยการสั่งประหารชีวิตของหัวหน้านักปฏิวัติกลุ่มบอลเชวิกนามว่า วลาดิมีร์ เลนิน

สาเหตุมันเกิดมาจากในยุคของ สมเด็จพระจักรพรรดิซาร์นิโคลัสที่ 2 ปกครองประเทศได้อย่างย่ำแย่ในช่วงเวลานึง แล้วยังใช้เงินจำนวนมหาศาลไปกับการทำศึกสงคราม

แต่สุดท้ายก็ดันแพ้กลับมา และทำให้คนรัสเซียกว่า 2 ล้านคนต้องตายไป ประชาชนเกิดความเดือดร้อนอดอยาก ขาดแคลน แต่คนในราชวงศ์ กลับไม่ค่อยสนใจใยดี ประชาชนเริ่มจะไม่พอใจกับกษัตริย์พระองค์นี้

ประกอบกับนักปฏิวัติกลุ่มบอลเชวิกของ เลนิน ที่มีแนวคิดระบบคอมมิวนิสต์ ต้องการความเสมอภาค ไม่ต้องการให้มีการแบ่งแยกชนชั้นคนในสังคม และตราบใดที่รัสเซียยังปกครองแบบระบบกษัตริย์ต่อไป ความเสมอภาคจะไม่เกิดขึ้น

จึงได้ปลุกเร้าประชาชน รวบรวมคนที่เห็นด้วยกับตน และนำมาซึ่งการปฏิวัติในที่สุด

หลังการปฏิวัติทุกพระองค์ถูกปลดให้เป็นสามัญชน และถูกย้ายให้ไปอยู่บ้านต่างจังหวัด แต่ไม่นานนัก วลาดิมีร์ เลนิน ก็มีคำสั่งให้ทหารยิงประหารชีวิตราชวงศ์โรมานอฟทุกพระองค์

#โหดสัสรัสเซีย 5: ถ้าทหารรัสเซียไปรบต้องเดินหน้าอย่างเดียว ถอยถูกยิง!!
ในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ราว ค.ศ. 1942 ระหว่างรัสเซีย รบกับเยอรมัน เป็นช่วงที่รัสเซียมีอาวุธปืนไม่พอกับจำนวนทหาร เพราะมีการเกรณ์ทหารเข้ามาเร่งด่วนจำนวนมาก

ว่ากันว่า ทหาร 2 คน จะให้ถือปืนแค่ 1 กระบอก คนที่ไม่ได้ถือปืน ให้ตามคนที่มีปืนไป แล้วถ้าคนที่มีปืนตาย ให้หยิบปืนขึ้นมายิงต่อ

และความ ” โหดสัสรัสเซีย ” ก็คือ ทหารรัสเซียจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ถอยโดยเด็ดขาดทุกคนที่หันหลังให้ศัตรูจะถูกทหารฝ่ายเดียวกันยิงทิ้ง

ประมาณว่า “ถ้าพวกมึงขี้ขลาด ถือเป็นคนทรยศต่อชาติ…จะต้องถูกฝ่ายเดียวกันยิงตาย! “

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook