4 สัญญาณอันตราย ของประจำเดือนผิดปกติ ที่ต้องพบแพทย์ด่วน

1 ธันวาคม 2016 | Slide, จุดนี้ สาระความรู้, จุดนี้ สุขภาพ - ความงาม

11

        การมีประจำเดือนผิดปกตินั้น อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย ที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งหากตรวจพบว่ามีอาการผิดปกติแล้วควรพบแพทย์โดยด่วน เพื่อทำการวินิจฉัยและทำการรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่งสาว ๆ หลาย ๆ คน อาจเห็นว่าเรื่องของอาการประจำเดือนผิดปกตินั้นเป็นเรื่องเล็ก เดี๋ยวก็หายไปเอง ไม่น่าจะเป็นอันตรายต่ออย่างใด วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆเกี่ยวกับสัญญาณอันตรายของประจำเดือนผิดปกติ หากสังเกตเห็นอาการต่อไปนี้แล้ว ให้รีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน

Advertisement

1. รอบเดือนผิดปกติ

โดยปกติทั่วไปแล้ว รอบเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 21 – 35 วัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้หญิงแต่ละคน ซึ่งไม่เหมือนกัน โดยในช่วงที่เริ่มมีประจำเดือนนั้นจะมีรอบเดือนค่อนข้างยาว และจะเริ่มสั้นลงตามอายุที่มากขึ้น แต่สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ใช้ยาคุมกำเนิดอยู่ละก็ แต่ละเดือนรอบเดือนมาไม่เท่ากัน นั้นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า ฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายเกิดความผิดปกติ จึงส่งผลให้รอบเดือนเปลี่ยนแปลง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ เช่น ประจำเดือนขาด รังไข่ทำงานผิดปกติ สิวขึ้น อีกทั้งมันยังเป็นสาเหตุที่ทำให้อารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรงก่อนมีประจำเดือน

 

2. ระบบขับถ่ายผิดปกติ

มีสาว ๆ หลายคนที่มักจะมีอาการท้องอืด ท้องผูก หรือแม้แต่อาการท้องเสียในช่วงมีประจำเดือน ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติเลย ซึ่งความผิดปกติเกี่ยวกับระบบขับถ่ายในช่วงมีประจำเดือนนั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ถ้าหากมีอาการหน่วง ๆ ที่ทวารหนักขณะขับถ่าย หรือรู้สึกปวดท้องน้อยในขณะปัสสาวะ หรือมีอาการท้องผูก ท้องเสียบ่อย ๆ ก็สันนิษฐานได้เลยว่าคุณกำลังเผชิญกับภาวะโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ย่อมส่งผลเสียต่อระบบขับถ่าย

 

3. ปวดท้องประจำเดือนอย่างหนัก

ในวันนั้นของเดือนของผู้หญิง มักจะมีผู้หญิงหลายคนที่มักจะปวดท้องจากอาการเป็นประจำเดือนอย่างหนัก จนทำให้ถึงขั้นต้องขาดเรียน หรือขาดงาน ร่วมกับการปวดหลังและปวดท้องตลอดทั้งเดือน ถึงแม้จะไม่ใช่ช่วงที่มีประจำเดือนก็ตาม หรือแม้แต่อาการปวดหลังหรือปวดท้องขณะมีเพศสัมพันธ์ นั้นก็เป็นหนึ่งในสัญญาณของโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หรือมีเนื้องอกในมดลูก ดังนั้นหากมีอาการเหล่านี้แล้ว จำเป็นต้องไปพบแพทย์โดยด่วน อย่าซื้อยามากินเอง

Advertisement

4. ประจำเดือนมานานเกิน 7 วัน

โดยปกติระยะประจำเดือนของผู้หญิงจะอยู่ที่ 2 – 7 วัน แต่ถ้าหากมีประจำเดือนมามากกว่า 7 วันขึ้นไป อาจเกิดความผิดปกติที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ เช่น ภาวะเนื้องอกในมดลูก เยื้อบุโพรงมดลูกหนากว่าปกติ รังไข่ทำงานผิดปกติเป็นต้น ทางที่ดีหากครบ 7 วันแล้วยังไม่ยอมหมดง่าย ๆ ให้ลองปรึกษาแพทย์เลยจะดีกว่า

 

อาการผิดปกติประจำเดือนของผู้หญิงนั้น เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ หากสังเกตพบอาการเหล่านี้แล้วละก็ ไม่ควรนิ่งนอนใจเพราะคิดว่าจะหายเอง ควรทำการปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย และทำการรักษาอย่างถูกวิธี

เรียบเรียงโดย www.Joodnee.com

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook