มารู้จักประวัติ ทำไมถึงเรียก ‘หลังคาแดง’

20 ตุลาคม 2017 | จุดนี้ สาระความรู้

โรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกในประเทศไทย ก่อตั้งจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เดิมทีใช้ชื่อว่า โรงพยาบาลคนเสียจริต ตั้งอยู่ที่ปากคลองสาน ในระยะเริ่มแรกจะรักษาเป็นแพทย์แผนไทยเป็นหลัก แต่จะมีแพทย์ฝรั่งจากคณะมิชชันนารีแวะเวียนมาทำการตรวจรักษาร่วมด้วย ทำให้วิธีการรักษามีลักษณะไทยผสมตะวันตก คือ ใช้ยาตำรับแพทย์แผนไทยหรือใช้เวทย์มนต์ไสยศาสตร์ตามความเชื่อของแพทย์แผนไทยในยุคนั้น และการรักษาและฟื้นฟูร่างกายและจิตใจจากแพทย์แผนตะวันตก ต่อมามีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นประกอบกับสถานที่คับแคบ นายแพทย์ไฮเอ็ด เจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล ผู้อำนวยการคนแรกของโรงพยาบาลได้เสนอให้ซื้อที่ดินของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) หรือเจ้าคุณทหาร ที่ดินของนายเปียราชานุประพันธ์ และที่ดินใกล้เคียงของราษฎรอื่นๆ ซึ่งที่ดินเหล่านี้ก็คือที่ตั้งของสถาบันฯ ในปัจจุบันนี่แหละค่ะ ซึ่งห่างจากสถานที่เดิมประมาณ 600 เมตรเท่านั้น

 

Advertisement

 

 

โดยการก่อสร้างโรงพยาบาลคนเสียจริตครั้งนั้น อยู่ภายใต้การควบคุมของพระยาอายุรเวชวิจักษ์ (หมอคาธิวส์) และในตอนนี้แหละค่ะ ที่มาของหลังคาแดงก็กำเนิดขึ้น เพราะพระยาอายุรเวชวิจักษ์ เห็นว่าหลังคาของโรงพยาบาลที่เป็นสังกะสีเป็นสนิมได้ ท่านจึงให้ไปเหมาซื้อสีแดงมาทาหลังคาสังกะสีของอาคารทุกหลังเพื่อกันสนิม ทำให้เป็นจุดเด่นของโรงพยาบาล จนมีการเรียกโรงพยาบาลแห่งนี้ว่า “หลังคาแดง” มาถึงปัจจุบัน

 

 

 

Advertisement

 

ต่อมาได้มีแพทย์แผนปัจจุบันคนไทยจบการศึกษามารับราชการแทนชาวต่างประเทศ ท่านผู้นั้นคือ ศาสตราจารย์หลวงวิเชียรแพทยาคม (นายแพทย์เถียร ตูวิเชียร) ซึ่งเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล และท่านก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานโรงพยาบาลจิตเวชให้เป็นแบบตะวันตกอย่างแท้จริง โดยให้การบำบัดรักษาตามหลักวิชาการในสมัยนั้น พร้อมทั้งให้การดูแลผู้ป่วยด้วยความเมตตา กรุณา และมีมนุษยธรรม และท่านก็ได้เปลี่ยนชื่อ “โรง พยาบาลคนเสียจริต” มาเป็น “โรงพยาบาลโรคจิตต์ธนบุรี” เพื่อให้คนทั่วไปคลายความรังเกียจที่มีต่อผู้ป่วยจิตเวช ต่อมาถึงยุคของ ศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานวิชาจิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิตสมัยใหม่ เป็น “บิดาแห่งวงการจิตเวชและสุขภาพจิตไทย” จนทำให้โรงพยาบาลจิตเวชต่างๆ พัฒนาขึ้นอย่างมาก สภาพภายในโรง พยาบาลและกระบวนการรักษามีลักษณะเป็นโรงพยาบาลโดยสมบูรณ์ ไม่มีภาพของสถานที่กักขังหรือลูกกรงเหล็กแบบเดิมเหลืออยู่อีกต่อไป ท่านได้รื้อโรงเรือนเก่าและสร้างใหม่เป็นอาคารที่มั่นคงและถูกสุขลักษณะ รวมทั้งได้สร้างบรรยากาศการรักษาคนไข้ด้วยหลักวิชาและความเมตตา และได้เปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลอีกครั้ง จากโรงพยาบาลโรคจิตต์ธนบุรี มาเป็น โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในปี พ.ศ. 2497 ตามชื่อของถนนสมเด็จเจ้าพระยาซึ่งผ่านหน้าโรงพยาบาล และล่าสุดได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา” ในปี พ.ศ. 2545 ซึ่งชื่อนี้ก็ได้ถูกใช้เรื่อยมาจวบจนถึงปัจจุบัน

 

 

 

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook